บ้านน้าเพลงไทย, Baannapleangthai บ้านน้าเพลงไทย, Baannapleangthai บ้านน้าเพลงไทย, Baannapleangthai
 
 
บ้านน้าเพลงไทย, Baannapleangthai
หน้าบ้าน เกี่ยวกับเรา วิธีสั่งซื้อ ติดต่อเรา
 
 

แม่ไม้


The Impossible ก้าน แก้วสุพรรณ คำรณ สัมบุณณานนท์ ฉลอง สิมะเสถียร
ชาญ เย็นแข ชินกร ไกรลาส ทูล ทองใจ ไทยทีวี ช่อง ๔
นริส อารีย์ ผ่องศรี วรนุช ผู้ชนะสิบทิศ พรานบูรพ์
พิทยา บุณยรัตพันธุ์ เพชร พนมรุ้ง เพ็ญศรี พุ่มชูศรี เพลงพระราชนิพนธ์
รวงทอง ทองลั่นธม รอวันหวาน ล้วน ควันธรรม ลัดดา ศรีวรนันท์
วราห์ วรเวช วินัย จุลละบุษปะ สมยศ ทัศนพันธ์ แสนแสบ

ก้าน แก้วสุพรรณ



เติมส่วยที่ขาด ๔๓ ก้าน แก้วสุพรรณ แก่งคอย (IMF-CD-120)

๑ แก่งคอย คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๒ แก่งหลวง คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๓ แม่ชบาไพร คำร้อง/ทำนอง บรรจบ เกียรติบรรลือ

๔ บางซ่อน

๕ สวรรค์ชาวนา คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๖ อดีตรักบ้านนา คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๗ มนต์รักจาง คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๘ เพราะขอบรั้วกั้น คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๙ ชาติหน้าถ้ามี คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๑๐ หนุ่มเมืองนนท์ คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๑๒ น้ำใจน้องนาง คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๑๓ บ้านนาหน้าแล้ง คำร้อง/ทำนอง ศักดิ์ เกิดศิริ

๑๔ คำเตือนเพื่อนนา

๑๕ สามรัก

๑๖ เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๑๗ สู้แค่ลมปราณ คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๑๘ เมื่อไหร่จะค่ำ คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

เติมส่วยที่ขาด ๔๔ ก้าน แก้วสุพรรณ หลงกรุง (IMF-CD-121)

๑ หลงกรุง คำร้อง/ทำนอง ต่อชัย ภู่ชมภู

๒ คืนทุ่ง คำร้อง/ทำนอง นคร ถนอมทรัพย์

๓ บ้านน้องอยู่ไหน คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๔ แก้มแหม่ม คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๕ เมษาข้าเศร้า คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๖ หากฉันขาดเธอ คำร้อง/ทำนอง พิพัฒน์ บริบูรณ์

๗ บางพลัด คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๘ ขุนพลยังพ่าย คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๙ แม่ศรีเวียง

๑๐ กระท่อมดวงใจ คำร้อง/ทำนอง สำเนียง ม่วงทอง

๑๑ บ้านน้อยคอยนาง คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๑๒ สาส์นสีโศก คำร้อง/ทำนอง สุรพล สมบัติเจริญ

๑๓ กรรมเก่า

๑๔ แม่สายบัว

๑๕ สองมือข้ามี คำร้อง/ทำนอง ป. ชื่นประโยชน์

๑๖ ดอกอ้อ คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๑๗ ดอกดินถวิลดาว คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

๑๘ กูรัก กูแค้น กูครวญ คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

 

 

ก้าน แก้วสุพรรณ ( ครู ป. ชื่นประโยชน์ เป็นผู้ตั้งให้)

ชื่อจริง มงคล หอมรื่น(แดง)

เกิดเมื่อ ๐๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๒

ที่บ้านข้างวัดสามชุก ตำบลสามชุก อำเภอสามชุกเหนืออำเภอศรีประจันต์ และอำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

การศึกษา จบประถม ๔ และบวชเณรได้นักธรรมโท

อาชีพ กระเป๋ารถเมล์ศรีนคร สาย ๕ ชกมวยเป็นรายได้เสริม

เริ่มเข้าวงการ วินัย แก้วส่งศรีพาไปพบ คำรณ สัมบุณนานนท์ เพื่อลองเสียงและได้รับทราบข้อบกพร่องว่าเสียงยังขึ้นจมูกต้องแก้ไข จึงกลับมาปรับปรุงวิธีการร้อง และต่อมาคุณวินัยได้พาไปลองเสียงให้ครู ป. ชื่นประโยชน์ ดู และท่านก็รับเป็นศิษย์

เพลงแรกที่ร้อง “ คนชาวนา ” บันทึกเสียงประมาณ ปีพ.ศ. ๒๔๙๗-๙๘

เพื่อนสนิท สุรพล สมบัติเจริญ

ที่อยู่ ๙/๘ ถ. ประชาราษฎร์สาย ๑ บางโพ บางซื่อ ดุสิต กทม.

 

 

ก้าน แก้วสุพรรณ

เก็บเล็กผสมน้อย / เพราะรอยมันแปรเสียแล้วเรียมเอย

“ ตื่นเถิดทรามวัยดวงใจของพี่ รุ่งสางสว่างแล้วนี่

ตื่นเถิดคนดีอย่ามัวนิทรา พี่แบกคันไถไล่ควายไปสู่ท้องนา

น้องจงหุงข้าวคอยท่ากลับมาแล้วจะได้กิน เหน็ดเหนื่อยเพียงไร ทำไปไม่บ่น

เหมื่อยล้ากายาเหลือทนพี่จะผจญเพื่อแม่ยุพิณ ถูกแดดถูกลมเหงื่อโทรมท่วมกายไหลริน แล้วพลันมลายหายสิ้น เห็นหน้ายุพิณก็สุขทุกยาม

หน้านาเราทำนาด้วยกัน ตื่นพลันพี่แบกคันไถ เจ้านั้นจูงควายติดตาม นี่แหละสวรรค์สรรค์สร้างหมดจดงดงาม รวงทอง สีทองอร่าม มองเมฆสีครามเมื่อยามเย็นๆ

โอ้สุขใดๆ ที่ไหนเทียมเท่า สวรรค์นั้นเป็นของเราไม่มีเรื่องเศร้าความทุกข์ลำเค็ญ พวกเราทั้งผองทำนามิได้ว่างเว้น บ้านนานี่ดังเป็นฉิมพลีแห่งแดนวิมาน ”

 

เพลง สวรรค์ชาวนา แต่งโดย ป. ชื่นประโยชน์ ขับร้องโดย ก้าน แก้วสุพรรณ เพลงนี้มองเห็นภาพระหว่างยามเช้าจรดยามเย็นวิถีที่เรียบง่าย เหนื่อยล้าแต่มีความสุขปรากฏให้เห็นในยุคอดีตเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ทว่า ปัจจุบันไม่ใช่!

หลายๆ บทเพลงในเพลงลูกทุ่ง ไม่ว่าอดีตหรือร่วมสมัยเนื้อหาเพลงส่วนใหญ่มักจะพูดถึงชีวิตชาวนาเป็นส่วนมาก บางเพลงมองว่าอาชีพชาวนานั้นมีแต่ทุกข์โศก ทว่าความเป็นจริงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน “ ชาวนา ” ทุกข์กับสุขมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะหลัง พ.ศ. ๒๕๐๔ ที่ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุมเป็นต้นมา ชาวนาก็เริ่มเข้าสู่ “ ยุคชาวนาล่มสลาย ”

ถ้าพูดถึงเพลงชาวนาชาวไร่คนมักจะคิดถึงเพลง “ กลิ่นโคลนสาบควาย ” ประพันธ์โดย “ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ” ขับร้องโดย “ ชาญ เย็นแข ” เพลงนี้ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตชาวนาในยุคอดีตอย่างชัดเจนและงดงามเชิงชั้นวรรณศิลป์ แม้ว่าอาชีพการทำนานั้นจะเป็นอาชีพที่หนัก อยู่กลางเปลวแดด สายลม สายฝน

แต่ทว่า เพลงในยุคนั้นอยู่บนพื้นฐานความจริงและมีความสุขเจืออยู่ด้วย ซึ่งต่างกับสมัยนี้ที่จ่อมจมอยู่กับความทุกข์ด้วยหนี้สินรอบตัว จากการกู้ยืมและผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ในอดีตชาวนามีลูกมีหลานก็ส่งเรียนจบภาคบังคับ บางคนมีทุนสูงก็ส่งต่อจนกลายเป็นค่านิยม ที่อยากให้ลูกหลานรับราชการไม่อยากให้ลำบากเหมือนเยี่ยงตน

หนุ่มสาวต่างมุ่งหน้าเข้ามาแสวงโชคในเมืองกรุงแล้วพกพาค่านิยมแบบวิถีคนเมืองกลับไปปล่อยให้บ้านทุ่งหลงเหลือแต่คนแก่และเด็กน้อย ท้องนาบางแห่งถูกเปลี่ยนเจ้าของ ที่ไม่เคยเช่าก็ต้องเช่า เพลงเกี่ยวข้าว กลายเป็นวัฒนธรรมที่เหลือเพียงแต่ตำนานเท่านั้น

“ ถึงคราหน้าเก็บเกี่ยวรวงจะขอควงเคียวเกี่ยวน้องเอง รักพี่ไม่มีเสื่อมคลายขอน้องจงเชื่อพี่เถิดอย่าเกรง รักของพี่ไม่มีหลอนหลอก (ซ้ำ) ไม่เหมือนคนบางกอกที่นั่งรถเก๋ง ” เพลง “ สัจจะชาวนา ” ของ ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย แต่งโดย สุรพล สมบัติเจริญ ความรักของคนชนบทช่างงดงาม อยู่บนพื้นฐานความจริงใจกับหญิงสาว ปัจจุบันยังพอหาได้อยู่หรือเปล่า ? ฤาเพียงเกี่ยวเนื้อนางมาแนบชมแล้วก็จากไปเท่านั้น!

การว่าจ้างเกี่ยวข้าว เริ่มเป็นค่านิยมเมื่อไม่กี่สิบปีนี่เอง หลังจากแผนพัฒนาตั้งแต่ฉบับที่หนึ่งเป็นต้นมา “ เพลงเกี่ยวข้าว ” จึงได้ยินได้ฟังตามม้วนเทปและงานจัดแสดงเท่านั้น

ซึ่งต่างจากอดีต เมื่อถึงฤดูหน้าเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ ชาวบ้านจะพากันไปช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวขับร้องเพลงแก้เกี้ยวกันอย่างสนุกสนาน เจ้าของแปลงนาจะเตรียมสำรับอาหารไว้เลี้ยงดูอย่างเต็มอัตราศึก จนถึงตีข้าวเสร็จขนข้าวขึ้นยุ่งฉาง ทุกคนจริงใจที่จะช่วยและเป็นประเพณีนิยมในอดีต คำว่า “ ลงแขก ” กลายเป็นคำที่ปรากฏในหน้าหนังสือเกี่ยวกับความต่ำทรุดทางจริยธรรม บนโลกที่เรียนรู้อยู่เฉพาะอินเตอร์เน็ตเท่านั้น และสื่อก็พลอยสนุกกับการเล่นข่าวเช่นนี้! พร้อมกับการโทษลูกหลานโดยไม่มองปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน

ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว! นักร้อง-นักแต่งเพลงหลายท่านหวนถึงภาพชาวนาที่ต้องแล้งเข็ญ ทั้งที่ในอดีตมีสุขปนทุกข์ แต่ปัจจุบันชาวนาแทบไม่มีหลงเหลือจากความเป็นจริง ลูกหลานมาเรียนเปลี่ยนอาชีพเดิมไม่ใคร่จะสนใจเรื่องการทำนาเท่าไหร่นัก

ทุ่งบางเขน ทุ่งบางกะปิ ทุ่งรังสิต หรือทุ่งต่างรอบชานเมืองถูกจับจองเป็นป่าตึกแทบทั้งสิ้น ขณะที่ต่างจังหวัดที่นากลับมิได้เป็นของชาวนา หากแต่เป็นของนายทุนกู้หนี้ เจ้าของโรงสีไม่นาสักแปลงกลับมีข้าวมากมายและร่ำรวยกว่าชาวนาราวฟ้ากับดิน นี่แหละสังคมของการดิ้นรน ทั้งนี้คงเพราะว่า “ ทุ่งนาแดนนี้คงร้างไปอีกนาน ข้าเองก็เหลือจะทาน เพราะมันแสนสุดจะแก้ หมดกำลังใจแล้วเรียมเอยข้าคงตายแน่ จะไถไปอีกก็กลัวแท้ เพราะรอยมันแปรเสียแล้วเรียมเอย... ” ( รอยไถแปร แต่งโดย สุรพล สมบัติเจริญ ขับร้องโดย ก้าน แก้วสุพรรณ)
ทุ่งท่าคงคอยเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่เหล่าลูกชาวนาที่ไปอยู่เมืองเรียนจบปริญญา จะมีความคิดที่จะกลับมาเป็น ชาวนา เหมือนบรรพบุรุษ จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่น่าขมคิดยิ่งนัก กับยุคสมัยที่รอยไถได้เปลี่ยนแปรไปแล้ว

แต่ … ใครอยากรู้ว่าชาวนาเขามีความสุข ความรักที่โรแมนติก และอโรติกขนาดไหนลองไปฟังเพลง กล่อมนางนอน ของ ศรคีรี ศรีประจวบ แต่งโดย ครูไพบูลย์ บุตรขัน ดูสิ! จะพบว่าชาวนานั้นเขามีความสุขดูงดงามและคลาสสิก ขนาดไหน!!

http://www.siamrath.co.th/Education.asp?ReviewID= 103820

น้ำตาลก้นแก้ว
ก้าน แก้วสุพรรณ

แม่ น้ำตาลก้นแก้ว เขาชิม เจ้าแล้ว
จึงตกถึงมือพี่ ถ้าหากเป็นแหวนก็เปรียบดังแม้น
เจ้าโดนสวมฟรี เพชรที่งามหรือจะมี
ค่าสูงยิ่งกว่าดรรชนีของนาง
.. แม่ น้ำตาลก้นแก้ว เขาชิม เบื่อแล้ว
จึงถูกเขาทิ้งขว้าง สูญสิ้นความสาวแล้วเจ้าจึงรู้
ว่าเดินหลงทาง พี่ไม่โกรธเจ้าหรอกนาง
ยังรักไม่จางรักนางเสมอ
.. ถึงพี่ เป็นสองรองคนอื่น พี่ก็ยังยิ้มชื่น
ต้อนรับการกลับของเธอ ตักพี่ยังว่าง อกพี่ยังอุ่นเสมอ
ตาลจ๋ากลับมาเถิดเธอ พี่หลงละเมอเพ้อเฝ้าใฝ่ฝัน
.. แม่ น้ำตาลก้นแก้ว เขาชิม เจ้าแล้ว
พี่ก็ขอรักมั่น ถึงจะเหลือเดนเพราะผ่านคนชิม
มานานแสนนาน พี่ก็ยังต้องการ
รอรับรสหวานน้ำตาลก้นแก้ว
.

ถึงพี่ เป็นสองรองคนอื่น พี่ก็ยังยิ้มชื่น
ต้อนรับการกลับของเธอ ตักพี่ยังว่าง อกพี่ยังอุ่นเสมอ
ตาลจ๋ากลับมาเถิดเธอ พี่หลงละเมอเพ้อเฝ้าใฝ่ฝัน
.. แม่ น้ำตาลก้นแก้ว เขาชิม เจ้าแล้ว
พี่ก็ขอรักมั่น ถึงจะเหลือเดนเพราะผ่านคนชิม
มานานแสนนาน พี่ก็ยังต้องการ
รอรับรสหวานน้ำตาลก้นแก้ว...

จดหมายจากสุพรรณ
ก้าน แก้วสุพรรณ

.. จดหมายของพี่ เขียนที่จังหวัดสุพรรณ
ถึงน้องนางจากมานานวัน พี่ฝันถึง น้องทุกคืน
อำเภอ เดิมบาง เดี๋ยวนี้ดูช่างไม่ชื่น
เห็นเดือนรูปเคียวทุกคืน พี่แสนขมขื่นระทม
.. บ้านนาแสนเปลี่ยว เห็นเคียวแล้วหมดแก่ใจ
คิดถึงเราเกี่ยวข้าวเคียวไป หยอกล้อยามใช้เคียวคม
เราเดินเคียงกัน คิดถึงวันน้องพลาด ตม
พี่ฉุดมือ น้อง จาก ตม พี่เคยเพ้อชมว่าสวยบาดใจ
.. เพียง น้อง จากพี่ หนีหน้า ไปอยู่เมืองกรุง
ลืมนาลืมพี่ลืมคุ้ง ลืมลุงลืมป้าใช่ไหม
ไม่มี แม้ข่าว จากสาวบ้านนา เมืองไกล
เจ้าสุขทุกข์ ร้อน อย่างไร ทุกคนห่วงใย กังวล
.. จดหมายของพี่ เขียนที่เคย อยู่ เคียง กัน
ความทุกข์ทนต่อใจนานวัน คอยฝันถึงน้อง หมองหม่น
ยังคอย ยังคอย ทุกวันยังพลอยเพ้อบ่น
เจ้าควรจะรู้จิตคน ว่ามีทุกข์ทนเจ็บช้ำเท่าใด
.. จดหมายของพี่ เขียนที่เคย อยู่ เคียง กัน
ความทุกข์ทนต่อใจนานวัน คอยฝันถึงน้อง หมองหม่น
ยังคอย ยังคอย ทุกวันยังพลอยเพ้อบ่น
เจ้าควรจะรู้จิตคน ว่ามีทุกข์ทนเจ็บช้ำเท่าใด.....

ก้าน แก้วสุพรรณ ช่วยร้องเพลงงานกุศลวัดป่า ลาสเ

 
 

© 2008-2009 Baannapleangthai. All Rights Reserved.
E-mail: chavapan_1@hotmail.com โทรศัพท์: ๐๘๑ ๔๐๐๒๙๓๕, ๐๒ ๓๑๑๗๖๐๐
Designed by Phuketall Design & Develop, Useful Links
Powered by: Phuketall, Phuket, Khaolak, Samui, Bangkok